- ลงทุนหุ้นอเมริกา
- Posts
- สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ (18 มิ.ย. 2026): เมื่อทุกสินทรัพย์พร้อมใจกันพุ่ง! "หุ้น-บอนด์-ดอลลาร์" เกิดอะไรขึ้น?
สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ (18 มิ.ย. 2026): เมื่อทุกสินทรัพย์พร้อมใจกันพุ่ง! "หุ้น-บอนด์-ดอลลาร์" เกิดอะไรขึ้น?

ใครบอกว่าตลาดลงทุนต้องเลือกข้าง วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตลาดการเงินสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ก่อนปิดสัปดาห์สั้นๆ ด้วยการทะยานขึ้นพร้อมกันเกือบทุกสินทรัพย์ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่โชว์ฟอร์มโหดต่อเนื่องและกลายเป็นเซกเตอร์ที่ดีที่สุดของปี 2026 ผลักดันให้ดัชนีสำคัญปิดแดนบวกอย่างสวยงาม
S&P 500 ปิดบวก +1.08%
Nasdaq พุ่งแรง +1.91%
Dow Jones ขยับขึ้น +0.14%
ข้อมูลจาก Ned Davis Research ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรของบริษัทกลุ่มเทคฯ จะเติบโตสูงถึง 39% ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรทั้งหมดใน S&P 500 โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญ แม้เหล่านักวิจารณ์จะเตือนมาตลอดว่ามีเม็ดเงินไหลเข้ามากเกินไป แต่จนถึงตอนนี้ตลาดก็ยังคงวิ่งฉลุยอย่างไร้กังวล
📉 พันธบัตรรัฐบาล และเงิน “$” แข็งแกร่งทุบสถิติ
ฝั่งตราสารหนี้ระยะยาวก็มีวันที่ดีเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวลดลง โดยยิลด์อายุ 30 ปี ร่วงลงมาอยู่ที่ 4.9% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน สะท้อนถึงความต้องการซื้อที่หนาแน่นของนักลงทุน
นอกจากนี้ ค่าเงิน “ดอลลาร์” ยังหักปากกาเซียนที่เคยคาดว่าเงินยูโรจะฟื้นตัว โดยดัชนี U.S. Dollar Index (DXY) พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 100.92 ซึ่งเป็นค่าที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 2026 แรงหนุนสำคัญมาจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีกรรมการถึง 9 ท่านที่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2026 ส่งผลให้ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสู่สินทรัพย์เงิน “ดอลลาร์” อย่างต่อเนื่อง
ทีมนักยุทธศาสตร์ของ Citi ระบุว่า ระดับสำคัญของเงิน $ ที่ต้องจับตาคือ 100.80 หากดัชนีสามารถทะลุผ่านและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างแท้จริง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ที่น่าตามไปลงทุนต่อเพื่อสร้างกำไร
🎯 บทสรุปภาพรวม
ปรากฏการณ์ "เกือบทุกสินทรัพย์พุ่งขึ้น" ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่หุ้นเทคฯ แต่ตราบใดที่ผลประกอบการยังเติบโตแข็งแกร่งจากกระแส AI ประกอบกับแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังเอื้อประโยชน์ต่อค่าเงิน ตลาดทุนโลกก็ยังคงเดินหน้าสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกต่อไปอย่างมั่นคง