• ลงทุนหุ้นอเมริกา
  • Posts
  • สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ จันทร์ที่ 2 มี.ค. 2026: สงครามเดือด! S&P 500 พลิกนรกปิดบวก! แต่น้ํามันพุ่ง +9% รับข่าวช่องแคบฮอร์มุซ!

สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ จันทร์ที่ 2 มี.ค. 2026: สงครามเดือด! S&P 500 พลิกนรกปิดบวก! แต่น้ํามันพุ่ง +9% รับข่าวช่องแคบฮอร์มุซ!

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แสดงความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่งในวันซื้อขายแรกหลังมีข่าวการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน แม้ตลาดพันธบัตรและราคาน้ำมันจะส่งสัญญาณเตือนแรงเรื่องเงินเฟ้อก็ตาม

สรุปความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาด:

  • S&P 500: สร้างสถิติฟื้นตัวระหว่างวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ 7 พ.ย. โดยร่วงลงไปถึง -1.1% ก่อนจะมีแรงซื้อกลับมาปิดบวก +0.04%

  • Nasdaq: ปิดบวก +0.36%

  • Dow Jones: ปรับตัวลงเล็กน้อยเพียง -0.15%

ท่าทีของตลาดหุ้นบ่งบอกว่านักลงทุนไม่ได้ตื่นตระหนกกับสงครามมากนัก แต่ภาพตัดไปที่ตลาดอื่นกลับดุเดือดกว่าอย่างเห็นได้ชัด

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตร: รุ่น 10 ปี พุ่งขึ้น +0.09% (ปรับขึ้นวันเดียวแรงสุดนับตั้งแต่ มิ.ย. ปีก่อน) และรุ่น 2 ปีที่ไวต่อทิศทางดอกเบี้ย พุ่งขึ้นกว่า +0.11% บ่งชี้ว่ามีการแห่เทขายพันธบัตร

  • ราคาน้ำมัน: น้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเกือบ +9% ทะลุ $79 ระหว่างวัน รับข่าวความกังวลเรื่องการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบถึง 20% ของโลก

บรรดากูรูมองปรากฏการณ์นี้อย่างไร?

  • Marko Kolanovic (อดีตนักกลยุทธ์ JPMorgan): ชี้ว่าตลาดหุ้นและน้ำมันกำลังเล่าเรื่องความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ต่างกัน และเขาเลือกที่จะ "เชื่อตลาดน้ำมัน" มากกว่าในสถานการณ์นี้

  • Neil Dutta (สถาบันการเงิน RenMac): มองว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะไม่กระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนักเหมือนอดีต (เช่น ปี 2022, 2008 หรือ 1990) เพราะปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ และสัดส่วนการใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนก็ลดลงมาก

  • Subadra Rajappa (สถาบันการเงิน Société Générale): สถิติในอดีต (เช่น ช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11) ชี้ว่าผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งต่อเงินเฟ้อ มักเกิดขึ้นเพียง "ระยะสั้น"

แม้ความขัดแย้งจะดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น แต่โครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เปลี่ยนไป ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า Fed อาจมองข้ามผลกระทบระยะสั้นนี้ในการประชุมรอบเดือนมีนาคม เมษายน และมิถุนายนได้ ถือเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนหุ้นอเมริกาต้องจับตามอง!