• ลงทุนหุ้นอเมริกา
  • Posts
  • สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ จันทร์ที่ 4 พ.ค. 2026: รถไฟเหาะ! ดิ่งลึกผวาสงคราม.. ก่อนพลิกบวกรับความหวัง AI!

สรุปตลาดหุ้นสหรัฐฯ จันทร์ที่ 4 พ.ค. 2026: รถไฟเหาะ! ดิ่งลึกผวาสงคราม.. ก่อนพลิกบวกรับความหวัง AI!

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับสภาวะผันผวนอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการสะดุดลงจากความกังวลในตะวันออกกลาง ก่อนที่สถานการณ์ล่าสุดจะพลิกกลับมาดูดีขึ้นและดันดัชนีฟิวเจอร์สให้บวกรับวันใหม่

ตลาดร่วงเพราะความกังวลตะวันออกกลาง 

ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวปิดลบอย่างชัดเจนจากการเทขาย

Dow Jones ร่วงลง -1.13%

S&P 500 ลดลง -0.41%

Nasdaq ปรับลง -0.19%

ในตอนแรก S&P 500 และ Nasdaq ทำท่าจะทำสถิติปิดบวกในจุดสูงสุดใหม่ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีรายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตรวจพบขีปนาวุธจากอิหร่าน ข่าวนี้ดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นทันที 4.4% แตะที่ระดับ $106.42 ต่อบาร์เรล และฉุดให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ร่วงลง มีเพียงหุ้นกลุ่มพลังงานเท่านั้นที่สวนกระแสปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม Sevens Report Research วิเคราะห์ว่าที่ผ่านมาวอลล์สตรีทสามารถเมินเฉยต่อสถานการณ์ตึงเครียดได้เพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ “ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศยกเลิกการหยุดยิงและสั่งกลับไปโจมตีอิหร่าน ตลาดก็ยังเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์บานปลาย” นอกเหนือจากปัจจัยสงคราม การที่ตลาดร่วงลงยังถือเป็นการปรับฐานเพื่อย่อยผลกำไรหลังจากหุ้นเพิ่งทำสถิติสูงสุดในเดือนเมษายน

ตลาด Futures พลิกกลับมาสดใสจาก 2 ปัจจัยสำคัญ 

ล่าสุดทิศทางตลาดกลับมาดูดีขึ้น ดัชนีฟิวเจอร์สปรับตัวบวก และราคาน้ำมันเริ่มลดความร้อนแรงลงด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ

1. น้ำมันร่วงรับข่าวข้อเสนอสันติภาพ ราคาน้ำมันดิบ WTI ย่อตัวลงมาบริเวณ $102 ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ให้กับสหรัฐฯ ข่าวนี้ช่วยคลายความกังวลของตลาดลงไปได้มาก จากเดิมที่ตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อผ่อนคลายลง บอนด์ยีลด์จึงเริ่มทรงตัว ส่งผลให้นักลงทุนกล้ากลับเข้ามาในตลาดหุ้นอีกครั้ง

2. ฟิวเจอร์สบวกรับงบเทคฯ ที่ระเบิดฟอร์มขั้นสุด เมื่อแรงกดดันจากฝั่งมหภาคลดลง ดัชนีฟิวเจอร์สโดยเฉพาะ S&P 500 และ Nasdaq จึงได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากผลประกอบการหุ้นกลุ่ม AI ที่ออกมาแข็งแกร่ง ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศงบหลังตลาดปิดของ Palantir Technologies (PLTR) ที่ระเบิดฟอร์มการเติบโตอย่างโดดเด่น ตอกย้ำภาพชัดเจนว่า พื้นฐานของตลาดยังคงแข็งแกร่ง และเทคโนโลยี AI คือตัวแปรหลักแห่งอนาคตที่เป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุนที่แท้จริงในเวลานี้